วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อย่ารีบร้อนในเรื่องรัก


ความรักไม่ได้เวลาที่จะทำการแข่งขันที่เส้นชัย มันมีตารางเวลาของตัวเอง และโอบกอดความเปล่าเปลี่ยวของทั้งคู่ด้วยความเต็มใจ มันอาจจะเป็นวิธีเดียวที่คุณจะได้พบกับความรักที่แท้จริงของคุณ


บางครั้งเมื่อการค้นหาความรักต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ เรามักจะเริ่มที่จะรู้สึกประสาท ถ้าเป็นสิ่งที่เป็นไปในทางที่ผิด และบ่อยครั้งที่เรารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป เวลาของเราหมด เรากำลังจะพลาดกำหนดเส้นตายในการหาพันธมิตรจริง หากในความเป็นจริงมันก็หมายความว่าเวลาของคุณยังมาไม่ถึง


ทุกคนหวังที่จะพบรักใหม่ และเริ่มที่จะรู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยวไม่ต้องกลัวความรู้สึกเหล่านี้ แต่รับรู้ว่ามันเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอยู่ในทางที่ถูกต้อง คนเดียวในขณะนี้ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลว และไม่ได้เป็นสัญญาณว่ารักจะไม่มา หรือคุณหมดเวลาฉันรู้สึกโหยหาลึก หิวที่จะอยู่ในอ้อมกอดของความรัก ที่ทำให้คุณรู้สึกเหงา, เศร้า, คำถามและความสงสัย คือสิ่งที่จะแนะนำคุณในเส้นทางของความรัก มันจะกดดันให้คุณมองลึกลงไปในตัวเองเพื่อหาคำตอบ แทนที่จะมองออกไปข้างนอกดังนั้นหากคุณต้องการที่จะแสวงหาความรัก ต่อไปนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องตระหนักยอมรับและยอมรับว่ามันจะเป็น


ใช้เวลาสักครู่ของความคิดถึงนี้เป็นเวลาสำหรับการสำรวจภายใน พยายามที่จะไม่กระโดดลงไปในการกระทำของสิ่งภายนอกที่เบี่ยงเบนความสนใจจากคุณสำรวจตัวตนภายใน นี้จะทำให้คุณพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของคุณการแข่งขัน
    * ยอมจำนนต่อความเจ็บปวดมันโอเคที่จะมีอาการปวดด้วยความรัก ไม่ซ่อนจากมันด้วยการดื่มกินหรือช้อปปิ้งที่สนุกสนานกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง และวิ่งพล่านไปรอบ ๆ เพื่อหาวิธีที่จะให้ตัวเองไม่ว่าง
    * ความเหงาไป ทำยายามออกเดทกับคนที่คุณรู้ว่าไม่ถูกต้องสำหรับคุณ อย่าคบเพียงเพื่อออกเดต
    ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้อย่างใจเย็น ให้พลังของการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงในชีวิตของคุณ และสิ่งที่เยียวยาที่อาจยืนในทางของความรักความสัมพันธ์ของคุณกับโซลซ์ ในวันที่มาถึง
    * โอบกอดความกลัวและความขัดแย้ง มันจะช่วยให้คุณมีความคืบหน้าต่อไป และยืนขึ้นอย่างเด่นชัด


เฟสบุค ยิ่งใกล้…ยิ่งเหงา


แต่ก่อนเราห่วงลูกหลาน ก็ไม่อยากให้ออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน กลัวคบคนพาล พาลพาไปหาผิด ยุคนี้แม้จะอยู่ติดห้องก็ประมาทไม่ได้ อินเตอร์เน็ทมีเรื่องล่อใจมากมายที่สามารถก่อความเสียหายแบบไม่ต้องมีใครออก นอกบ้าน โทรศัพท์มือถือกลายเป็นเครื่องช่วยหายใจ แค่ลืมทิ้งไว้ที่ไหน อาการจะปางตายคล้ายๆหายใจไม่ออก ยุคแห่งสังคมก้มหน้าต่างมองแป้น ก้มหน้าก้มตาสื่อสารกับคนไกลๆ จนบางทีคนใกล้ๆกลับไม่ได้คุยกัน
เขามีการสำรวจกันมาถึงประชากรโลกยุคนี้ อันดับหนึ่งยังคงเป็นประชากรชาวจีนที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก อันดับสองครองแชมป์ยังอยู่ที่ประเทศอินเดีย และอันดับสามคือประชากรที่เล่นเฟสบุค เครื่องมือสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ยุคที่คนเรามีอะไรไม่บอกกัน อยากรู้จักฉันให้ไปอ่านสเตตัสในเฟสบุค เจอกันต่อหน้า เธอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่กลับคร่ำครวญฟูมฟายจะเป็นจะตายในเฟสบุค

รักเกิดง่าย แค่โพสท์กันไปโพสท์กันมาในหน้าจอเฟสบุค

จะขอเป็นแฟน ขอแต่งงาน หรือแม้แต่ขอแยกทางในเฟสบุค โลกส่วนตัวกับโลกส่วนรวมกลมเกลียวเป็นเนื้อเดียวกัน เรียกร้องให้คนมากดไลค์เอาไว้ภูมิใจว่า ฉันก็ได้รับการยอมรับ…ชีวิตพวกเราเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเริ่มรัก เลิกกัน เกิดได้ผ่านหน้าจอ
เคยมีน้องสาวคนหนึ่งโทรมาเล่าว่าคบกับแฟนมาได้สองปี ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย น้องบอกว่า คนนี้น่าจะเป็นคนที่ใช่เพราะคุยกันได้ทุกเรื่อง รู้จักกันจากเฟสบุค แล้วก็คุยโทรศัพท์กันเรื่อยมา ถามไปว่า “น้องไม่อยากเจอหน้าเขาหรือ?” น้องบอกว่า “อยากเจอสิพี่ แต่เขายุ่งมาก ทั้งๆที่เขาก็อยากเจอเรา อีกอย่าง เขาบอกว่าความสัมพันธ์แบบนี้ยืนยาวกว่า ไม่ต้องสัญญา ไม่ต้องผูกมัด”
น้องบอกว่ารักแบบนี้เป็นรักพอเพียง แต่ใจพี่กลับเอนเอียงไปในทางที่ดูเหมือนเขาไม่จริงใจ จะเจอกันในโลกไซเบอร์ยังไง ก็ต้องออกมาคบกันในโลกของความจริง เพราะโลกเสมือนจริง ยังไงก็บวกจินตนาการ เขาอาจเป็นคนดีก็ได้นะ แต่เวลาอยู่ในจินตนาการของเรา เขาจะดีมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะเขาเป็นคนที่เราชอบ คะแนนพร้อมจะบวกเพิ่มได้เสมอ

ยังเคยคุยกันเล่นๆว่าถ้าเราไม่เคยพบกัน เจอกัน เราจะมองเห็นกันหรือว่าเขาเป็นคนชอบเตะหมาหรือเปล่า? จิตใจโอบอ้อมอารีหรือขี้วีน? อาการแบบนี้ในโลกไอทีสแกนไม่ค่อยเจอ ยิ่งสื่อสารกันง่าย เลยรักกันได้แค่กดปุ่ม ใช้เวลาในการดูใจกันสั้น เลยต้องไปใช้เวลาในการทำใจกันนาน คุยกันพักเดียวเดี๋ยวก็ติด เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองรัก…ยังค่ะ เราแค่รู้สึกดีเวลาได้คุย คนเราเจอกันทุกวัน คุยกันทุกวันมาหลายปี บางทียังเหมือนเราไม่รู้จักกันเลย นับประสาอะไร ส่งข้อความกันไป ส่งข้อความกันมา ไม่เคยเห็นหน้าแล้วมั่นใจว่า เรารู้จักกันจริง…

ไม่ได้บอกว่าเจอกันทางเฟสบุคแล้วรักจะไม่รอดนะ

คือยึดเป็นจุดเริ่มต้นในการเจอใครสักคนได้ แต่จะคบกันต่อไปยังไง ก็ต้องใช้วิถีทางปกติที่ไม่ใช่แค่เจอกันหน้าจอ แล้วบอกว่าแค่นี้พอแล้ว ขนาดรูปที่โพสกันไว้ บางทียังไกลจากตัวจริงเลย
เคยมีน้องชายคนหนึ่ง เจอผู้หญิงทางเฟสบุค แรกๆคบขำๆเลยโกหกไปเรื่อย ว่าตัวเองเป็นลูกตำรวจ คบไปคบมาเริ่มรักจริง เจอกัน รักกัน อยากสร้างครอบครัวด้วยกัน เข้านอกออกในบ้านคุณพ่อคุณแม่ของกันและกัน แต่ที่ตะขิดตะขวงใจคือ เราไม่ใช่ลูกตำรวจ แค่โกหกให้ดูดีในเฟสบุค จนวันนี้พ่อแม่ผู้หญิงเอาไปโฆษณาทั่วว่าได้ลูกเขยลูกตำรวจ ฝ่ายชายทนละอายใจไม่ไหวเลยสารภาพ
พ่อแม่ผู้หญิงโกรธมากถึงขั้นประกาศให้เลิกคบกัน ส่วนหนึ่งคงหวังไว้มากกว่าจะได้ลูกเขยเป็นลูกคนในเครื่องแบบ แต่อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจท่านก็คือ คนที่จะมาเป็นลูกเขยหลอกลูกสาวท่าน แล้วจะให้ไว้ใจกันเรื่องไหนอีก?คบไปคบมา เดี๋ยวจะมาสารภาพอีกหรือเปล่า ว่ามีครอบครัวแล้ว…เฮ้อ!! ไม่รู้จะช่วยยังไง? ตราบใดที่เราคิดว่าคลิกเดียวโพสท์ไปเถอะ เดี๋ยวก็จะไปเจอเรื่องเยอะในภายหลัง ตอนนี้ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ หรือจะเรียกว่านับจากติดลบเลยดีกว่า
เทคโนโลยีย่อโลกให้เล็กลง แต่โลกกลับดูว่างเปล่าไปเรื่อยๆตอนอยู่หน้าจอรอแชท ดูเหมือนมีเพื่อนมากมาย ไม่มีเหงา แต่พอ log out โลกเงียบจนเหมือนมีเราอยู่คนเดียวในโลก เราติดการสื่อสาร มีอะไรก็อยากโพสท์ แต่กลับทำให้คนข้างๆโกรธ แล้วใช้วิธีเงียบ อยู่ใกล้แต่เหมือนเราออกห่างขึ้นไปเรื่อยๆ ดูเธอสื่อสารกับใครๆโดยมีฉันนั่งไร้ตัวตนอยู่ใกล้ๆ
เรายังกดปุ่มได้เสมอในเวลาที่เราต้องการ แต่อย่าลืมว่า มนุษย์ทุกคนต้องใช้ทุกประสาทให้ครบ ตาดู หูฟัง จมูกดมกลิ่น และสัมผัส
กอดผ่านเน็ท…ไม่อุ่นเท่าเรากอดกัน
จะบอกว่าเธอรักฉัน แต่ยังไม่อยากมาเจอ คุยกันต่อหน้าแล้วเขิน BB คุยกันมันส์กว่า ถ้าจะมีเราแค่เอาไว้ในโลกเสมือนจริง ก็ช่วยปล่อยทิ้งไว้ในนั้น อย่าสร้างวิมานในอากาศ หลอกเราว่าจะมีอนาคตร่วมกัน ให้เราฝันไป เพ้อไป…เพราะคลิกเดียว

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

บทความที่ได้รับความนิยม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.